รีวิว Wet Season – ห้ามไม่ไหว หัวใจมันรักครู

รีวิว Wet Season – ห้ามไม่ไหว หัวใจมันรักครู Wet Season คือเรื่องราวที่พาเราไปพบเจอกับเรื่องราวของตัวละครที่ชื่อว่า หลิง ครูสอนภาษาจีนโรงเรียนมัธยมปลายที่เดินทางจากมาเลเซียมาใช้ชีวิตในสิงคโปร์ แต่งงานกับสามีชาวสิงคโปร์ แต่ทว่าชีวิตสมรสไม่ค่อยดีนัก มีความระหองระแหงกับสามี เพราะตัวเธอไม่สามารถมีลูกได้ แถมเธอยังต้องคอยดูแลพ่อสามีด้วย จนการเข้ามาปรากฏตัวของ เหวยลุ่น นักเรียนในชั้นของเธอ ที่ทำให้ความรู้สึกของเธอเปลี่ยนไป

ถึงแม้ใบปิด ตัวอย่าง จะชวนให้คิดไปว่านี่คือเรื่องราวความรักต่างวัยของนักเรียนและครู แต่จริงๆ หนังไม่ได้เน้นนำเสนอแง่นั้นอย่างจังๆ หนังเล่าอะไรที่มากกว่านั้น การดิ้นรน การสู้ชีวิตของผู้หญิงจากบ้านที่มาเลเซียเดินทางมาหาความหวังสุดท้ายที่สิงคโปร์ มันคือการสำรวจตัวละครมากกว่าการนำเสนอความรัก

พาร์ทเรื่องราวความรักระหว่างครูกับนักเรียน หนังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนทางด้านความรู้สึกของทั้งคู่ ว่าจริงๆ อีกฝ่ายรู้สึกยังไงกันแน่ ฝ่ายชายอาจจะดูชัดเจน แต่ยังรู้สึกไม่จริง ในแง่คำว่ารัก ส่วนฝ่ายหญิงก็ไม่ชัดเจนและคลุมเครืออย่างเห็นได้ชัด แต่ละจุดของการตัดสินใจมาจากอะไร มันก็ยังไม่เพียงพอให้คิดได้ว่ามันคือความรักจริงๆ มันจึงย้อนกลับไปคิด ถึงแม้ว่าหนังจะชื่อไทยว่า ห้ามไม่ไหว หัวใจมันรักครู แต่จนจบเรื่องตัวเราเองก็ยังไม่กล้าฟันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังนั้นมันเรียกว่า “รัก” จริงๆ หรอ?

รวมถึงความรักที่มีต่อพ่อที่เป็นกึ่งอัมพาทของพระเอกเองก็ตาม การที่ตัวหลิงพยายามดูแล นั่นเพราะ “รัก” จริงๆ หรือเพราะอะไรกันแน่ เพราะยังมีบางฉากที่รู้สึกว่ามันไม่น่าเรียกว่ารักหรือเต็มใจจะดูแล

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่ามันไม่ได้นำเสนอเรื่องราวความรักอย่างเดียว หนังสะท้อนประเด็น การศึกษาของสิงคโปร์เอาไว้เล็กๆ ว่าโรงเรียนจะเน้นสอนในสิ่งที่ประเมิณแล้วออกมาดูดี เน้นแค่วิชาสำคัญๆ วิชาไหนไม่สำคัญก็ขอแค่ให้ขอไปที สอบๆ ให้ผ่านๆ ไป เพราะมันไม่ได้เป็นตัวชี้วัดผลการประเมิณของโรงเรียนแต่อย่างใด

และทั้งหมดนั้นมันก็ถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบที่เฉื่อย เนือย และเบาไปสักหน่อย หนังดำเนินเรื่องช้าๆ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปกับตัวละคร แต่สิ่งที่ชัดเจนมากๆ คือชื่อหนังอีกนั่นแหละ Wet Season ใช้หน้าฝนสื่ออารมณ์ได้ชัดเจน นี่คือฤดูฝนที่หลิงต้องเปียกปอน เปรียบเสมือนการเผชิญมรสุมชีวิตอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้เธอจะพยายามประคับประคองและปกป้อง หลีกเลี่ยงมาโดยตลอด (กางร่ม) แต่สุดท้ายเธอก็ต้องยอมรับบางสิ่งที่เกิดขึ้นและยอมเปียกปอนไปทั้งกาย (ซีนตากฝน) ซึ่งนั้นคือซีนเดียวที่เห็นเธอตากฝน…

การแสดงของนักแสดงในเรื่องนี้ทำได้ดีมาก ไม่ว่าจะฝ่ายเด็กชาย เหวยลุ่น (Jia Ler Koh) ที่แสดงออกมาได้ดูจริง โดยเฉพาะผู้ที่รับบทเป็น หลิง (Yann Yann Yeo) ทั้งบทพูด ซีนอารมณ์ และสีหน้าของเธอ ที่บ่งบอกแต่ละห้วงความรู้สึกได้อย่างชัดเจน เรียกได้ว่าเคมีของทั้งสองถ่ายทอดออกมาได้ดีจริงๆ

แต่น่าเสียดาย ที่ภาพรวมของหนังมันเนือยและเบาเกินไป แถมหนังยังไม่ได้ให้ความชัดเจนกับความรู้สึกของตัวละคร จนไม่สามารถทำให้เราอินตามได้สักพาร์ทเลย

หากใครคาดหวังจะไปดูหนังความรักต้องห้าม (ที่ไม่เข้าใจทำไมถึงเรียกว่ารักต้องห้าม) อาจจะต้องผิดหวังสักหน่อย หนังมันน่าเบื่อกว่าที่คิดแหละ

RELATED POST

“แอชลีย์” เผยเหตุขายทีมให้กับ “กลุ่มทุนซาอุฯ” แม้มีข้อเสนอมากกว่าจากคนอื่น

ไมค์ แอชลีย์ อดีตประธานสโมสร "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาเปิดเผยสาเหตุที่เลือกขายทีมให้กับ กลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบีย ทั้งๆ ที่มีข้อเสนออื่นๆ ที่ให้มากกว่า เพราะตัวเขาต้องการให้ทีมไปอยู่ในมือเจ้าของที่คิดว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ทั้งนี้ กลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบีย Public Investment Fund…

แฟนปืน ชวน “เอ็นดิดี” ย้ายจับคู่ “ปาร์เตย์” ชี้เหมือนอดีตคู่กลางรับเชลซี

แฟน อาร์เซนอล เชิญชวน มิดฟิลด์ตัวรับ เลสเตอร์ มาจับคู่กับ โธมัส ปาร์เตย์ โดยที่นักเตะเอ่ยปากเองว่าคงเหมือนอดีตคู่มิดฟิลด์ เชลซี ในตำนาน ทวิตเตอร์ของ แฟนอาร์เซนอล รายหนึ่งได้โพสต์คลิปขณะที่กำลังร่วมพบปะกับ วิลเฟรด เอ็นดิดี มิดฟิลด์กลางรับของ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยมีบทสนทนาหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ…

“ลินิเกอร์” ยก “เมสซี-มาราโดนา” คือ 2 แข้งที่อยู่ในระดับเหนือกว่า “โรนัลโด”

แกรี ลินิเกอร์ กูรูลูกหนังชื่อดัง ออกมาเผยว่า ลิโอเนล เมสซี และ ดิเอโก มาราโดนา ตำนานแข้งของโลกผู้ล่วงลับ คือชื่อ 2 แข้งที่ตัวเขามองว่าอยู่ในระดับเหนือกว่า คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์คนดังชาวโปรตุเกสของ "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่จาก…

ตระกูลเกลเซอร์” ขายหุ้นแมนยูฯ อีก 9.5 ล้านหุ้น ทำกำไรอื้อ แต่เงินไม่เข้าสโมสร

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เรื่องการขายหุ้นของสโมสรจำนวน 9,500,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 137.12 ล้านปอนด์ (6,307.52 ล้านบาท) เมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ในนามของ เควิน เกลเซอร์ และ เอ็ดเวิร์ด เกลเซอร์…