รถรับจ้าง : ของที่จำเป็นที่ต้องมีติดไว้ยามฉุกเฉิน

รถรับจ้าง : ของที่จำเป็นที่ต้องมีติดไว้ยามฉุกเฉิน เรื่องของที่จำเป็นต้องมีติดรถไว้ใช้ยามฉุกเฉินนั้นถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากซึ่งๆหลายท่านๆอาจจะไม่เคยมีของพวกนี้ติดรถมาก่อน วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปดูกันว่าของจำเป็นที่ควรมีติด รถรับจ้างไว้ยามฉุกเฉินนั้นควรมีอะไรบ้าง

ยางอะไหล่ เรื่องของยางอะไหล่รถยนต์นั้นเพื่อนๆอาจจะไม่ค่อยให้ความสำคัญสักเท่าไร ยางอะไหล่หรือล้ออะไหล่ตัวนี้จะมาติดรถมาให้ตั้งแต่ออกรถมา และยางอะไหล่ถือว่ามีความจำเป็นอย่างมากเมื่อเวลาเดินทางไกลๆ แล้วเกิดมีปัญหายางแตก ยางรั่วระหว่างทางเราจะสามารถนำยางอะไหล่ตัวนี้มาเปลี่ยนเพื่อให้รถขับต่อไปได้ ซึ่งบางท่านไม่ได้ให้ความสำคัญจึงนำออกจากรถด้วยเหตุผลที่ว่ายังเป็นรถใหม่ยางไม่น่ามีปัญหา หรือ อาจจะคิดว่ายางอะไหล่หรือล้ออะไหล่มีน้ำหนักมากทำให้หนักรถ รถวิ่งไม่ดี แต่ถ้าไม่มียางอะไหล่ตัวนี้เกิดยางแตกยางรั่วกลางทางก็ทำให้เราลำบากได้เช่นกัน

แม่แรงยกรถและชุดเครื่องมือ แม่แรงยกรถและชุดเครื่องมือ เป็นอีก1สิ่งที่มีมาติดรถมาให้ด้วยเช่นกัน ซึ่งชุดแม่แรงนี้จะมีไว้เพื่อยกรถเปลี่ยนยางอะไหล่ เมื่อเกิดยางแตกยางรั่ว และในพวกชุดเครื่องมือยังจะมีไขควง ประแจที่จำเป็นมาให้ไว้เพื่อทำการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ถือว่า แม่แรงยกรถและชุดเครื่องมือจำเป็นต้องมีติดรถไว้คู่กับยางอะไหล่ด้วยเช่นกัน

ป้ายสัญญาณฉุกเฉินหรือป้ายสัญญาณตือน ป้ายสัญญาณฉุกเฉินตัวนี้ในรถบางยี่ห้อจะไม่ได้มีมาให้ตั้งแต่ออกรถ โดยป้ายสัญญาณถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเมื่อเวลาที่รถเราเกิดมีปัญหาจอดเสียอยู่ข้างทาง ซึ่งป้ายตัวนี้จะมีแทปที่สะท้อนแสง ให้รถที่วิ่งมาเห็นได้อย่างชัดเจน และจะจำเป็นอย่างมากเมื่อเกิดรถมีปัญหาอยู่ในที่มืด ซึ่งถ้าไม่มีป้ายตัวนี้อาจจะทำให้รถที่วิ่งมามองไม่เห็นและอาจจะชนเราในขณะที่เราทำการซ่อมรถอยู่ได้

ไฟฉาย ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ควรมีติดรถด้วยเช่นกันเพราะไฟฉายจะมีประโยชน์เป็นอย่างมากเวลารถมีปัญหาในตอนกลางคืนโดยที่เราสามารถใช้ไฟฉายส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ หรือส่งสัญญาณให้ผู้ที่ขับรถว่าทราบว่ามีรถจอดเสียอยู่ข้างทางให้ทำการหลบหลีกได้ด้วยเช่นกัน

สายพ่วงแบต สายพวงแบตถือว่าต้องมีติดรถไว้เนื่องจากแบตเตอร์รี่รถยนต์สามารถเสื่อมตัวลงโดยที่เราไม่สามารถทราบได้ว่าแบตเตอร์รี่เสื่อม ซึ่งจะทำให้รถสตราท์ไม่ติดเพราะกระแสไฟของเเบตเตอร์รี่อ่อน สายพวงแบตเตอร์รี่จึงจำเป็นต้องมีไว้ใช้ฉุกเฉินยามที่รถสตราทไม่ติดเมื่อเเบเตอร์รี่เสื่อมสภาพ

ตัวทุปกระจกและตัดสายเข็มขัดนิรภัยฉุกเฉิน อุปกรณ์ตัวนี้หลายๆท่านอาจจะมองว่าไม่ค่อยมีความจำเป็นสักเท่าไร แต่จริงๆแล้วตัวทุปกระจกนี้สามารถช่วยชีวิตของเราได้เมื่อ เกิดเหตุฉุกเฉิน รถตกน้ำ หรือ เกิดอุบัติเหตุจนไม่สามารถปลดเข็มขัดนิรภัยได้ อุปกรณ์ตัวนี้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีติดรถไว้ในยามฉุกเฉินด้วยเช่นกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเรื่องของจำเป็นที่ต้องมีติดรถไว้ใช้ยามฉุกเฉินซึ่งถือว่าแต่ละอุปกรณ์นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก หากไม่มีติดรถไว้อาจจะทำให้การแก้ปัญหานั้นทำได้ลำบากมาขึ้น และยิ่งถ้าเดินทางไกลๆคนเดียวเป็นประจำยิ่งจำเป็นต้องมีติดรถไว้ตลอดด้วยเช่นกัน

RELATED POST

“แอชลีย์” เผยเหตุขายทีมให้กับ “กลุ่มทุนซาอุฯ” แม้มีข้อเสนอมากกว่าจากคนอื่น

ไมค์ แอชลีย์ อดีตประธานสโมสร "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาเปิดเผยสาเหตุที่เลือกขายทีมให้กับ กลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบีย ทั้งๆ ที่มีข้อเสนออื่นๆ ที่ให้มากกว่า เพราะตัวเขาต้องการให้ทีมไปอยู่ในมือเจ้าของที่คิดว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ทั้งนี้ กลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบีย Public Investment Fund…

แฟนปืน ชวน “เอ็นดิดี” ย้ายจับคู่ “ปาร์เตย์” ชี้เหมือนอดีตคู่กลางรับเชลซี

แฟน อาร์เซนอล เชิญชวน มิดฟิลด์ตัวรับ เลสเตอร์ มาจับคู่กับ โธมัส ปาร์เตย์ โดยที่นักเตะเอ่ยปากเองว่าคงเหมือนอดีตคู่มิดฟิลด์ เชลซี ในตำนาน ทวิตเตอร์ของ แฟนอาร์เซนอล รายหนึ่งได้โพสต์คลิปขณะที่กำลังร่วมพบปะกับ วิลเฟรด เอ็นดิดี มิดฟิลด์กลางรับของ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยมีบทสนทนาหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ…

“ลินิเกอร์” ยก “เมสซี-มาราโดนา” คือ 2 แข้งที่อยู่ในระดับเหนือกว่า “โรนัลโด”

แกรี ลินิเกอร์ กูรูลูกหนังชื่อดัง ออกมาเผยว่า ลิโอเนล เมสซี และ ดิเอโก มาราโดนา ตำนานแข้งของโลกผู้ล่วงลับ คือชื่อ 2 แข้งที่ตัวเขามองว่าอยู่ในระดับเหนือกว่า คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์คนดังชาวโปรตุเกสของ "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่จาก…

ตระกูลเกลเซอร์” ขายหุ้นแมนยูฯ อีก 9.5 ล้านหุ้น ทำกำไรอื้อ แต่เงินไม่เข้าสโมสร

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เรื่องการขายหุ้นของสโมสรจำนวน 9,500,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 137.12 ล้านปอนด์ (6,307.52 ล้านบาท) เมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ในนามของ เควิน เกลเซอร์ และ เอ็ดเวิร์ด เกลเซอร์…