บริการด้านอาหาร โภชนาการสำหรับเด็กปฐมวัยและวัยก่อนเรียน

บริการด้านอาหาร โภชนาการสำหรับเด็กปฐมวัยและวัยก่อนเรียน การได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอต่อความต้องการจะช่วยให้ร่างกายเด็กเจริญเติบโตได้เต็มศักยภาพ คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกโภชนาการที่เหมาะสมให้กับลูกในวัยระหว่าง 1-6 ปีหรือวัยก่อนเรียน เด็กควรได้รับอาหารมื้อหลัก 3 มื้อที่มีคุณค่าครบ 5 หมู่และหลากหลาย อาหารว่างไม่เกินวันละ 2 มื้อ และอย่างลืมให้เด็กดื่มนมวันละ 2-3 แก้วด้วย

โภชนาการที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมพัฒนาการของลูก โดยเฉพาะเด็กวัยอนุบาลคือ 16 ปี ซึ่งมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งร่างกายและสมอง โดยเฉพาะพัฒนาการทางสมองในช่วง 3 ขวบปีแรก การให้เด็กได้รับอาหารที่เหมาะสม มีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วนเพียงพอ จึงเป็นการวางรากฐานชีวิตที่ดีสำหรับเด็กทั้งปัจจุบันและอนาคต

การเติบโตของเด็กมีปัจจัยหลายด้าน ทั้งด้านพันธุกรรม ฮอร์โมน ภาวะโภชนาการ โรคทางกาย และสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดู คุณพ่อคุณแม่สามารถตรวจสอบการเจริญเติบโคของเด็กได้โดยวัดความยาวหรือส่วนสูง น้ำหนัก และวัดเส้นรอบศีรษะ ร่วมกับการดูขนาดของกระหม่อม ขนาดเส้นรอบอกและการขึ้นของฟัน

อาหารที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายของลูก คืออาหารต้องได้ครบ 5 หมู่ในปริมาณและคุณภาพที่เพียงพอ เหมาะสมกับวัยทุกวัน โดยมีอาหารหลัก 5 หมู่ที่หลากหลายและอาหารว่างไม่เกิน 2 มื้อ นม 2-3 แก้วต่อวัน

ปริมาณอาหารที่เรียกว่าเพียงพอ สำหรับเด็กวัย 4-6 ปี

กลุ่มข้าว+แป้ง วันละ 5 ทัพพี
กลุ่มผัก วันละ 3 ทัพพี
กลุ่มผลไม้ วันละ 3 ส่วน (ผลไม้แบบผล 1 ส่วน(ส้มผลกลาง 2 ผลหรือกล้วยน้ำว้า 1 ผล,ผลไม้แบบชิ้นคำเช่นมะละกอ แตงโม สับประรด 1 ส่วน= 8 ชิ้นคำ
กลุ่มนมวันละ 2-3 แก้ว
กลุ่มเนื้อสัตว์ วันละ 4 ช้อนกินข้าว
กลุ่มไขมัน น้ำมันวันละ 5 ช้อนชา (น้ำตาล,เกลือ กินได้แต่น้อย)

ตัวเลขข้างต้นที่คุณหมอสังคมแนะนำโภชนาการว่าทุกสิ่งสามารถยืดหยุ่นได้ ลูกก็เหมือนกับเราที่บางมื้ออาหารรสถูกปาก อร่อย ก็ทำให้ร่างกายทานได้มาก บางมื้อทานได้น้อย ที่ทางได้มากก็จะไปชดเชยกันแต่อย่าให้ขาดสารอาหารต่อเนื่องหรือทางไม่หลากหลาย จะส่งผลให้ขาดอาหารดังนั้นให้เชื่อมั่นว่าร่างกายของลูกสามารถยืดหยุ่นได้ คุณพ่อคุณแม่อย่าเครียดกับปริมาณ และให้ท่องเอาไว้ว่า …ลูกกินแน่ ถ้าแม่รู้ใจ หมายถึงคุณพ่อคุณแม่ต้องทราบว่าลูกชอบอะไร และเราสามารถที่จะพลิกแพลงและใส่สิ่งที่เราต้องการาให้ลูกทานลงไปในเมนูอาหารนั้น ๆ ต้องจำไว้ว่าลูกชอบกินอะไร รสอะไร ผิวสัมผัสอย่างไร(นุ่ม,กรอบ ฯลฯ)ก็ปรุงอาหารอย่างนั้นให้ลูกทาน

ในอาหารของลูกอย่างขาด โอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 สารอาหาร 2 ชนิดนี้ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากส่างที่ให้ลูกทาน การขาด โอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ที่อยู่ในปลาและเนื้อสัตว์จะทำให้ลูกไม่เติบโต ส่วนไขมันก็เป็นสิ่งสำคัญต่อระบบสมอง ดังนั้นควรได้ไขมันที่เป็นไขมันดีที่มีอยู่ในปลา โดยเฉพาะปลาทะเล

สำหรับลูก ๆ แล้วโภชนาการดีที่ดีดูได้จากส่วนสูง น้ำหนักที่สมดุลและอยู่ในระดับปกติของกราฟวัดการเจริญเติบโต การเฝ้าสังเกตความร่าเริง สดใส ภาวะไม่เจ็บป่วยบ่อย หรือการทุเลาจากภาวะป่วยทั่วไปเช่นอาการหวัด หรือภาวะท้องเสีย การเสริมความเจริญเติบโตด้วยอาหารทำให้เด็กด้วยอาหารให้เพียงพอ

การให้อาหารเกิน ความต้องการของร่างกายไม่เป็นผลดี หรือการให้ดื่มนมเกินปริมาณจะทำให้เกิดภาวะอ้วน ผลไม้รสหวานจัดก็ส่งผลให้เกิดภาวะอ้วน ดังนั้นลูก ๆ ควรได้รับอาหารที่คุณพ่อคุณแม่จัดให้อย่างเพียวพอและมีคุณภาพ จึงเรียกได้ว่าเป็นสุขโภชนาการ

RELATED POST

“แอชลีย์” เผยเหตุขายทีมให้กับ “กลุ่มทุนซาอุฯ” แม้มีข้อเสนอมากกว่าจากคนอื่น

ไมค์ แอชลีย์ อดีตประธานสโมสร "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาเปิดเผยสาเหตุที่เลือกขายทีมให้กับ กลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบีย ทั้งๆ ที่มีข้อเสนออื่นๆ ที่ให้มากกว่า เพราะตัวเขาต้องการให้ทีมไปอยู่ในมือเจ้าของที่คิดว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ทั้งนี้ กลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบีย Public Investment Fund…

แฟนปืน ชวน “เอ็นดิดี” ย้ายจับคู่ “ปาร์เตย์” ชี้เหมือนอดีตคู่กลางรับเชลซี

แฟน อาร์เซนอล เชิญชวน มิดฟิลด์ตัวรับ เลสเตอร์ มาจับคู่กับ โธมัส ปาร์เตย์ โดยที่นักเตะเอ่ยปากเองว่าคงเหมือนอดีตคู่มิดฟิลด์ เชลซี ในตำนาน ทวิตเตอร์ของ แฟนอาร์เซนอล รายหนึ่งได้โพสต์คลิปขณะที่กำลังร่วมพบปะกับ วิลเฟรด เอ็นดิดี มิดฟิลด์กลางรับของ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยมีบทสนทนาหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ…

“ลินิเกอร์” ยก “เมสซี-มาราโดนา” คือ 2 แข้งที่อยู่ในระดับเหนือกว่า “โรนัลโด”

แกรี ลินิเกอร์ กูรูลูกหนังชื่อดัง ออกมาเผยว่า ลิโอเนล เมสซี และ ดิเอโก มาราโดนา ตำนานแข้งของโลกผู้ล่วงลับ คือชื่อ 2 แข้งที่ตัวเขามองว่าอยู่ในระดับเหนือกว่า คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์คนดังชาวโปรตุเกสของ "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่จาก…

ตระกูลเกลเซอร์” ขายหุ้นแมนยูฯ อีก 9.5 ล้านหุ้น ทำกำไรอื้อ แต่เงินไม่เข้าสโมสร

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เรื่องการขายหุ้นของสโมสรจำนวน 9,500,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 137.12 ล้านปอนด์ (6,307.52 ล้านบาท) เมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ในนามของ เควิน เกลเซอร์ และ เอ็ดเวิร์ด เกลเซอร์…