ทรัมป์เด้งผอ.ดูแลความปลอดภัยไซเบอร์การเลือกตั้ง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปลดนายคริสโตเฟอร์ เครบส์ พ้นตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานดูแลความมั่นคงทางไซเบอร์ หลังเครบส์ยืนยัน “ความปลอดภัย” ของการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐ เมื่อต้นเดือนนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศผ่านทวิตเตอร์ เมื่อวันอังคาร ปลดนายคริสโตเฟอร์ เครบส์ ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน ( ซีซา ) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และเป็นหนึ่งในหน่วยงานประสานงานการเลือกตั้งแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยผู้นำสหรัฐให้เหตุผลว่า การที่เครบส์ “ยืนยันความปลอดภัยของระบบลงคะแนนและนับผลการเลือกตั้ง” นั้น “บิดเบือนอย่างสิ้นเชิง”
 
ขณะที่นายแชด วูลฟ์ รักษาการรมว.กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานมีอำนาจควบคุมซีซาโดยตรง ปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการต่อการที่ผู้นำสหรัฐปลดเครบส์ออกจากตำแหน่ง ด้านซีซามีแถลงการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากทีมงานหาเสียงของทรัมป์ เกี่ยวกับ “บัตรผี” จำนวนมาก ในกลุ่มรัฐที่เป็นสวิงสเตท เช่น รัฐเพนซิลเวเนีย รัฐมิชิแกน และรัฐวิสคอนซิน โดยทีมงานของผู้นำสหรัฐอ้างถึงบัตรเลือกตั้งซึ่งไม่ได้ลงคะแนนโดยผู้มีสิทธิ์แท้จริง อาทิ การใช้ชื่อของผู้ที่เสียชีวิตไปนานแล้ว
 
นอกจากนี้ คณะมนตรีประสานงานด้านโครงสร้างพื้นฐานการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของซีซา ออกแถลงการณ์เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วอีกว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมานั้น “มีความปลอดภัยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา” โดยยืนยันว่า ไม่พบหลักฐานเกี่ยวกับการแก้ไขระบบการลงคะแนน ที่ส่งผลให้คะแนนหายไป หรือเป็นการลงคะแนนผิดพลาด หรือความบกพร่องในเรื่องใดก็ตาม แม้มีรายงานและกระแสข่าว “ซึ่งยังพิสูจน์ไม่ได้อย่างแน่ชัด”

RELATED POST

CIA ยืนยันมี จนท.-ครอบครัวราว 100 คน ล้มป่วยด้วยภาวะ ‘ฮาวานาซินโดรม’

วิลเลียม เบิร์นส ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) ระบุวานนี้ (22 ก.ค.) ว่า มีเจ้าหน้าที่อเมริกันราว 200 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ของซีไอเอและสมาชิกในครอบครัวประมาณ 100 คน เกิดภาวะ “ฮาวานา ซินโดรม” ซึ่งหมายถึงโรคปริศนาที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดศีรษะและมึนงงโดยไม่ทราบสาเหตุ ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุแห่งชาติสหรัฐฯ (NPR)…

มาเลเซียชี้วัคซีนโควิด ‘ซิโนแวค’ และ ‘ไฟเซอร์’ มีประสิทธิภาพเท่าเทียมในการใช้งานจริง

นายแพทย์นูร์ ฮิแชม อับดุลลาห์ อธิบดีกรมสุขภาพของมาเลเซีย ปฏิเสธคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานของวัคซีนซิโนแวค อ้างอิงข้อมูลจากการใช้งานจริงว่ามันมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับวัคซีนของไฟเซอร์ ในการต่อสู้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในข้อความที่โพสต์บนเฟซบุ๊ก นูร์ ฮิแชม ระบุว่าเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม วารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ ที่ตีพิมพ์โดยสมาคมการแพทย์รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานฉบับหนึ่งเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวค บริษัทสัญชาติจีน ในชิลี ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม…

ละเมิดเสรีภาพ!คนนับแสนชุมนุมทั่วฝรั่งเศส ประท้วงแผนบังคับแสดงใบรับรองโควิดก่อนเข้าพื้นที่สาธารณะ

ประชาชนมากกว่า 1 แสนคนเดินขบวนทั่วฝรั่งเศส เพื่อประท้วงแผนของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ที่บังคับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฉีดวัคซีนและกำหนดให้ต้องแสดงใบรับรองปลอดเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้าไปยังสถานที่ต่างๆ อย่างเช่นร้านอาหารและโรงภาพยนตร์ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มาครงแถลงมาตรการต่างๆสำหรับต่อสู้กับการแพร่รระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งพวกผู้ประท้วงระบุว่ามันเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการเลือกขอบุคคลที่ไม่ประสงค์ฉีดวัคซีน กระทรวงมหาดไทยระบุว่ามีการเดินขบวนเกิดขึ้น 137 จุดทั่วประเทศ รวมแล้วมีประชาชนเข้าร่วมเกือบ 114,000 คน ในนั้น 18,000 คนร่วมชุมนุมในกรุงปารีส…

‘แบรนสัน’ เจ้าพ่อเวอร์จินแกแลคติก VS ‘เบซอส’ เจ้าพ่อบลู ออริจิน ในศึกแข่งขันชิงเจ้าอวกาศภาคเอกชน

ผู้นำภาคธุรกิจชื่อดังทั้งสองมีแผนการที่ทั้งมีจุดซึ่งแตกต่างกันและจุดซึ่งคล้ายคลึงกัน ในการชิงชัยเพื่อเป็นเจ้าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอวกาศในอนาคต ในช่วงเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์นับจากนี้ เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้ง บลู ออริจิน (Blue Origin) และ ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้ง เวอร์จิน แกแลคติก (Virgin Galactic)…