ชี้โควิดในฮ่องกงระบาดระลอกสามเพราะบกพร่องเรื่องตรวจและกักโรค

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขในฮ่องกงชี้ว่า สาเหตุที่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ระบาดระลอกสามเกิดจากการตรวจหาเชื้อไม่เพียงพอและความหย่อนยานในการเฝ้าระวังผู้ได้รับการยกเว้นจากการกักโรค

ช่วงสองวันที่ผ่านมาฮ่องกงพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่ 28 คน ในจำนวนนี้ 10 คนไม่รู้แหล่งที่มา สร้างความตกใจให้แก่ชาวเมืองที่เริ่มคุ้นเคยกับการผ่อนคลายมาตรการรักษาห่างทางสังคมมานานกว่าสองสัปดาห์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประกาศมาตรการทบทวนชุดใหม่เพื่อยับยั้งไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง ฮ่องกงมีผู้ป่วยโควิด-19 สะสม 1,323 คน เสียชีวิต 7 คน

ศ.แกเบรียล เหลียง คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮ่องกง ที่ปรึกษารัฐบาลเรื่องโควิด-19 สันนิษฐานว่า การระบาดที่บ้านพักคนชราซึ่งมีคนชราและคนดูแลป่วยเกือบ 10 คนน่าจะมีต้นตอจากคนดูแล พร้อมกับตำหนิทางการว่าหย่อนยานการตรวจหาเชื้อผู้ดูแล เพราะตรวจเฉลี่ยแห่งละ 3 คนเท่านั้น ทั้งที่ควรตรวจให้ได้แห่งละสองในสาม จนถึงขณะนี้ฮ่องกงตรวจหาเชื้อไปแล้วกว่า 360,00 คน เฉลี่ยวันละ 3,600 คน รัฐมนตรีสาธารณสุขรับปากจะตรวจเพิ่มอีกวันละ 2,400 คนในเดือนหน้า แต่ยังคงต่ำกว่าที่ ศ.เหลียงแนะนำว่า ควรตรวจให้ได้วันละ 10,000 คน ด้านประธานสมาคมดูแลคนชราแห่งฮ่องกงเห็นด้วยว่า คนดูแลคือกลุ่มที่เสี่ยงนำเชื้อจากภายนอกเข้ามาในบ้านพัก และว่าบ้านพักคนชราส่วนใหญ่ห้ามคนนอกมาเยี่ยมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่เริ่มผ่อนคลายระเบียบตั้งแต่เดือนก่อน

ขณะเดียวกัน นพ.เหลียง จื้อเชา ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาเรื่องโรคติดต่อของสมาคมการแพทย์ฮ่องกงชี้ว่า การยกเว้นกักโรคเมื่อเข้าฮ่องกงให้คนบางกลุ่มทำให้โรคโควิดเสี่ยงระบาดหนักขึ้น เช่น ลูกเรือเดินทะเลที่ได้รับการยกเว้นราว 11,730 คนนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ลูกเรือเหล่านี้เดินทางมาทั่วโลกเสี่ยงนำเชื้อเข้ามาแพร่ในฮ่องกง แม้กักตัวในสถานที่ที่นายจ้างจัดให้ก็ไม่มีการดูแลด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

RELATED POST

CIA ยืนยันมี จนท.-ครอบครัวราว 100 คน ล้มป่วยด้วยภาวะ ‘ฮาวานาซินโดรม’

วิลเลียม เบิร์นส ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) ระบุวานนี้ (22 ก.ค.) ว่า มีเจ้าหน้าที่อเมริกันราว 200 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ของซีไอเอและสมาชิกในครอบครัวประมาณ 100 คน เกิดภาวะ “ฮาวานา ซินโดรม” ซึ่งหมายถึงโรคปริศนาที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดศีรษะและมึนงงโดยไม่ทราบสาเหตุ ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุแห่งชาติสหรัฐฯ (NPR)…

มาเลเซียชี้วัคซีนโควิด ‘ซิโนแวค’ และ ‘ไฟเซอร์’ มีประสิทธิภาพเท่าเทียมในการใช้งานจริง

นายแพทย์นูร์ ฮิแชม อับดุลลาห์ อธิบดีกรมสุขภาพของมาเลเซีย ปฏิเสธคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานของวัคซีนซิโนแวค อ้างอิงข้อมูลจากการใช้งานจริงว่ามันมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับวัคซีนของไฟเซอร์ ในการต่อสู้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในข้อความที่โพสต์บนเฟซบุ๊ก นูร์ ฮิแชม ระบุว่าเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม วารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ ที่ตีพิมพ์โดยสมาคมการแพทย์รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานฉบับหนึ่งเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวค บริษัทสัญชาติจีน ในชิลี ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม…

ละเมิดเสรีภาพ!คนนับแสนชุมนุมทั่วฝรั่งเศส ประท้วงแผนบังคับแสดงใบรับรองโควิดก่อนเข้าพื้นที่สาธารณะ

ประชาชนมากกว่า 1 แสนคนเดินขบวนทั่วฝรั่งเศส เพื่อประท้วงแผนของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ที่บังคับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฉีดวัคซีนและกำหนดให้ต้องแสดงใบรับรองปลอดเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้าไปยังสถานที่ต่างๆ อย่างเช่นร้านอาหารและโรงภาพยนตร์ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มาครงแถลงมาตรการต่างๆสำหรับต่อสู้กับการแพร่รระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งพวกผู้ประท้วงระบุว่ามันเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการเลือกขอบุคคลที่ไม่ประสงค์ฉีดวัคซีน กระทรวงมหาดไทยระบุว่ามีการเดินขบวนเกิดขึ้น 137 จุดทั่วประเทศ รวมแล้วมีประชาชนเข้าร่วมเกือบ 114,000 คน ในนั้น 18,000 คนร่วมชุมนุมในกรุงปารีส…

‘แบรนสัน’ เจ้าพ่อเวอร์จินแกแลคติก VS ‘เบซอส’ เจ้าพ่อบลู ออริจิน ในศึกแข่งขันชิงเจ้าอวกาศภาคเอกชน

ผู้นำภาคธุรกิจชื่อดังทั้งสองมีแผนการที่ทั้งมีจุดซึ่งแตกต่างกันและจุดซึ่งคล้ายคลึงกัน ในการชิงชัยเพื่อเป็นเจ้าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอวกาศในอนาคต ในช่วงเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์นับจากนี้ เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้ง บลู ออริจิน (Blue Origin) และ ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้ง เวอร์จิน แกแลคติก (Virgin Galactic)…