จีนบัญญัติกฎหมายจำกัดการส่งออก “สินค้าอ่อนไหว”

สภาสูงสุดในกรุงปักกิ่งออกกฎหมายควบคุมการส่งออก “สินค้าอ่อนไหว” ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี “ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ว่า คณะกรรมการถาวรของสภาประชาชนแห่งชาติ ( เอ็นพีซี ) ในกรุงปักกิ่ง มีมติเมื่อวันอาทิตย์ รับรองกฎหมายควบคุมการส่งออก “สินค้าอ่อนไหว” อันมีวัตถุประสงค์เพื่อ “คุ้มครองความมั่นคงแห่งชาติ” ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ “กับบริษัททุกแห่งในจีน” และ “ผลิตภัณฑ์ทุกประเภท” ไม่ว่าเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ทางทหารหรือเพื่อกิจการพลเรือน นับตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. นี้เป็นต้นไป
 
สำหรับเนื้อหาสำคัญของกฎหมายระบุว่า รัฐบาลปักกิ่ง “มีอำนาจชอบธรรมในการตอบโต้” กับประเทศ รัฐและดินแดนแห่งใดก็ตาม ที่ละเมิดกฎหมายการส่งออก และมีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามความมั่นคง ตลอดจนผลประโยชน์ของจีน อาทิ การที่บริษัทข้ามชาติซึ่งมีสำนักงานอยู่ในจีน “ลักลอบ” ส่งออกสินค้าและบริการที่อยู่ในกลุ่มควบคุม อาจต้องชำระค่าปรับสูงสุด 5 ล้านหยวน ( ราว 23.28 ล้านบาท ) หรือสูงสุด 20 เท่าของมูลค่าธุรกรรม “ที่ผิดกฎหมาย”
 
แม้ยังไม่มีการแจกแจงรายชื่อสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ถือว่าเข้าข่าย แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีแนวโน้มยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับข้อตกลงระหว่างบริษัทไบต์แดนซ์ของจีน กับบริษัทออราเคิลและวอลมาร์ตของสหรัฐ ในการขายกิจการของติ๊กต๊อก โดยย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนส.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ของจีนยกระดะบความเข้มงวดการส่งออกเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เกี่ยวกับ “การแนะนำเนื้อหาส่วนบุคคล” “การวิเคราะห์เนื้อหาที่เป็นลายลักษณ์อักษร” และ “เทคโนโลยีการจดจำเสียง” ว่าการซื้อขายอาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลางในกรุงปักกิ่ง ซึ่งกระบวนการทำงานของติ๊กต๊อกมีการใช้อัลกอริทึม เข้าข่ายเป็น “สินค้าส่งออกควบคุมด้านเทคโนโลยี”

RELATED POST

CIA ยืนยันมี จนท.-ครอบครัวราว 100 คน ล้มป่วยด้วยภาวะ ‘ฮาวานาซินโดรม’

วิลเลียม เบิร์นส ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) ระบุวานนี้ (22 ก.ค.) ว่า มีเจ้าหน้าที่อเมริกันราว 200 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ของซีไอเอและสมาชิกในครอบครัวประมาณ 100 คน เกิดภาวะ “ฮาวานา ซินโดรม” ซึ่งหมายถึงโรคปริศนาที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดศีรษะและมึนงงโดยไม่ทราบสาเหตุ ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุแห่งชาติสหรัฐฯ (NPR)…

มาเลเซียชี้วัคซีนโควิด ‘ซิโนแวค’ และ ‘ไฟเซอร์’ มีประสิทธิภาพเท่าเทียมในการใช้งานจริง

นายแพทย์นูร์ ฮิแชม อับดุลลาห์ อธิบดีกรมสุขภาพของมาเลเซีย ปฏิเสธคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานของวัคซีนซิโนแวค อ้างอิงข้อมูลจากการใช้งานจริงว่ามันมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับวัคซีนของไฟเซอร์ ในการต่อสู้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในข้อความที่โพสต์บนเฟซบุ๊ก นูร์ ฮิแชม ระบุว่าเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม วารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ ที่ตีพิมพ์โดยสมาคมการแพทย์รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานฉบับหนึ่งเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวค บริษัทสัญชาติจีน ในชิลี ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม…

ละเมิดเสรีภาพ!คนนับแสนชุมนุมทั่วฝรั่งเศส ประท้วงแผนบังคับแสดงใบรับรองโควิดก่อนเข้าพื้นที่สาธารณะ

ประชาชนมากกว่า 1 แสนคนเดินขบวนทั่วฝรั่งเศส เพื่อประท้วงแผนของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ที่บังคับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฉีดวัคซีนและกำหนดให้ต้องแสดงใบรับรองปลอดเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้าไปยังสถานที่ต่างๆ อย่างเช่นร้านอาหารและโรงภาพยนตร์ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มาครงแถลงมาตรการต่างๆสำหรับต่อสู้กับการแพร่รระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งพวกผู้ประท้วงระบุว่ามันเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการเลือกขอบุคคลที่ไม่ประสงค์ฉีดวัคซีน กระทรวงมหาดไทยระบุว่ามีการเดินขบวนเกิดขึ้น 137 จุดทั่วประเทศ รวมแล้วมีประชาชนเข้าร่วมเกือบ 114,000 คน ในนั้น 18,000 คนร่วมชุมนุมในกรุงปารีส…

‘แบรนสัน’ เจ้าพ่อเวอร์จินแกแลคติก VS ‘เบซอส’ เจ้าพ่อบลู ออริจิน ในศึกแข่งขันชิงเจ้าอวกาศภาคเอกชน

ผู้นำภาคธุรกิจชื่อดังทั้งสองมีแผนการที่ทั้งมีจุดซึ่งแตกต่างกันและจุดซึ่งคล้ายคลึงกัน ในการชิงชัยเพื่อเป็นเจ้าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอวกาศในอนาคต ในช่วงเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์นับจากนี้ เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้ง บลู ออริจิน (Blue Origin) และ ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้ง เวอร์จิน แกแลคติก (Virgin Galactic)…