‘จง ซานซาน’แซง’แจ็ค หม่า’ ขึ้นอันดับ1มหาเศรษฐีจีน

นายจง ซานซาน ผู้เริ่มความร่ำรวยจากธุรกิจน้ำดื่มบรรจุขวดและวัคซีน ล่าสุดแซงหน้า “แจ็ค หม่า” ผู้ก่อตั้งบริษัทค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่ “อาลีบาบา” ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีนแผ่นดินใหญ่คนใหม่ ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิตามประเมิน 58,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,847,770 ล้านบาท

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ว่า ผลการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลก โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กแห่งสหรัฐอเมริกา Bloomberg Billionaires Index เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี ในส่วนของประเทศจีน ปรากฏว่า นายจง ซานซาน วัย 66 ปี จากมณฑลเจ้อเจียง เจ้าของผู้ก่อตั้งบริษัทน้ำดื่มหนงฟูซานเฉวียน หรือ หนงฟูสปริง เป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ 58,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความร่ำรวยของจงพุ่งสูง ตามมูลค่าหุ้นของบริษัทหนงฟูสปริง หลังนำเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยการเสนอหายหุ้นกว่า 388 ล้านหุ้น หุ้นมียอดจองซื้อจากนักลงทุนในฮ่องกง เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้กว่า 1,000 เท่า และจากนักลงทุนต่างชาติเกือบ 60 เท่า ทำให้บริษัทสามารถระดมทุนได้เบื้องต้น 677,700 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือ 2,752,530 ล้านบาท
 
อันดับล่าสุดของจง ทำให้เขากลายเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากนายมูเกช อัมบานี ชาวอินเดีย มหาเศรษฐีธุรกิจพลังงาน ซึ่งล่าสุดอยู่อันดับ 5 ของโลก ด้วยจำนวนทรัพย์สินสุทธิตามประเมิน 58,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,681,940 ล้านบาท ส่วนจงอยู่อันดับที่ 17 ของโลก
มหาเศรษฐีอันดับ 2 ของจีนล่าสุดคือ นายแจ็ค หม่า ประธานบริหารอาลีบาบา ด้วยจำนวนสินทรัพย์ 56,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,784,810 ล้านบาท) อยู่อันดับ 19 ของโลก อันดับ 3 นายโพนี หม่า เจ้าของบริษัทเทนเซนต์ จำนวนสินทรัพย์ 51,700 ล้านดอลลาร์ (1,627,420 ล้านบาท) อยู่อันดับ 22 ของโลก อันดับ 4 นายวิลเลียม ติง เจ้าของบริษัทเน็ตอีส จำนวนสินทรัพย์ 28,300 ล้านดอลลาร์ (890,833 ล้านบาท) อยู่อันดับ 38 ของโลก และอันดับ 5 นายเหอ เสียงเจี้ยน เจ้าของบริษัทมีเดีย กรุ๊ป จำนวนสินทรัพย์ 27,900 ล้านดอลลาร์ (878,242 ล้านบาท) อยู่อันดับ 39 ของโลก
 
จง อดีตผู้สื่อข่าวและกรรมกรก่อสร้าง ก่อตั้งบริษัทหนงฟูซานเฉวียน เมื่อปี พ.ศ. 2539 ซึ่งเป็นปีที่ตลาดน้ำดื่มในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่งจะเริ่มต้น

RELATED POST

“แอชลีย์” เผยเหตุขายทีมให้กับ “กลุ่มทุนซาอุฯ” แม้มีข้อเสนอมากกว่าจากคนอื่น

ไมค์ แอชลีย์ อดีตประธานสโมสร "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาเปิดเผยสาเหตุที่เลือกขายทีมให้กับ กลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบีย ทั้งๆ ที่มีข้อเสนออื่นๆ ที่ให้มากกว่า เพราะตัวเขาต้องการให้ทีมไปอยู่ในมือเจ้าของที่คิดว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ทั้งนี้ กลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบีย Public Investment Fund…

แฟนปืน ชวน “เอ็นดิดี” ย้ายจับคู่ “ปาร์เตย์” ชี้เหมือนอดีตคู่กลางรับเชลซี

แฟน อาร์เซนอล เชิญชวน มิดฟิลด์ตัวรับ เลสเตอร์ มาจับคู่กับ โธมัส ปาร์เตย์ โดยที่นักเตะเอ่ยปากเองว่าคงเหมือนอดีตคู่มิดฟิลด์ เชลซี ในตำนาน ทวิตเตอร์ของ แฟนอาร์เซนอล รายหนึ่งได้โพสต์คลิปขณะที่กำลังร่วมพบปะกับ วิลเฟรด เอ็นดิดี มิดฟิลด์กลางรับของ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยมีบทสนทนาหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ…

“ลินิเกอร์” ยก “เมสซี-มาราโดนา” คือ 2 แข้งที่อยู่ในระดับเหนือกว่า “โรนัลโด”

แกรี ลินิเกอร์ กูรูลูกหนังชื่อดัง ออกมาเผยว่า ลิโอเนล เมสซี และ ดิเอโก มาราโดนา ตำนานแข้งของโลกผู้ล่วงลับ คือชื่อ 2 แข้งที่ตัวเขามองว่าอยู่ในระดับเหนือกว่า คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์คนดังชาวโปรตุเกสของ "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่จาก…

ตระกูลเกลเซอร์” ขายหุ้นแมนยูฯ อีก 9.5 ล้านหุ้น ทำกำไรอื้อ แต่เงินไม่เข้าสโมสร

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เรื่องการขายหุ้นของสโมสรจำนวน 9,500,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 137.12 ล้านปอนด์ (6,307.52 ล้านบาท) เมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ในนามของ เควิน เกลเซอร์ และ เอ็ดเวิร์ด เกลเซอร์…